/ประวัติของเทพีแห่งเสรีภาพ

ประวัติของเทพีแห่งเสรีภาพ

เทพีแห่งเสรีภาพ เป็นอนุสาวรีย์แห่งความยิ่งใหญ่ เป็นเอกลักษณ์ชิ้นสำคัญของประเทศอเมริกา อีกทั้งยังมีคุณค่าทางจิตใจแก่ประชาชนชาวอเมริกันทั้งประเทศ เทพีแห่งเสรีภาพตั้งอยู่ บน Bedloe’s Island ปากอ่าว Manhattan แห่งมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ความเป็นมาของนุสาวรีย์แห่งนี้ คือถูกสร้างเพื่อเป็นของขวัญโดยชาวฝรั่งเศสมอบให้แก่ชาวอเมริกัน ในวันชาติครบ 100 ปี วันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1876
เทพีแห่งเสรีภาพ เป็นสร้างขึ้นให้มีขนาดใหญ่ มองเห็นเด่นชัด สร้างด้วยโลหะสำริด มือขวาชูคบเพลิง ส่วนมือซ้ายถือแผ่นคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐ พร้อมสลักคำว่า JULY IV MDCCLXXVI คือการสื่อถึง วันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1876 นั่นเอง เมื่อมองลงมาตรงเท้าจะเห็นว่ามีข้างหนึ่งมีโซ่ขาดติดอยู่ แอบซ่อนความหมาย การหลุดพ้นจากการเป็นทาส เทพีองค์นี้สวมมงกุฎ 7 แฉก โดยใช้แทนทะเลทั้ง 7 หรือทวีปทั้งเจ็ด ภายในตัวเทพีสามารถเข้าไปดูได้ ประกอบด้วยบันไดวน 162 ขั้น การออกแบบอันล้ำลึก ซึ่งสอดแทรกไปด้วยความหมายนี้ เกิดขึ้นจากแนวคิดของ Edouard de Laboulaye ผู้ซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์ ชาวฝรั่งเศส เป็นการสร้างเพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์ของสหรัฐอเมริกา กับฝรั่งเศส ในช่วงการปฏิวัติอเมริกัน ออกแบบโดย Frederic Bartholdi โครงร่างเหล็กออกแบบ Gustave Eiffel และเขานี่เองที่เป็นผู้ออกแบบหอไอเฟลซึ่งตั้งอยู่ ณ กรุงปารีส ทางด้านฐานของอนุสาวรีย์ สร้างขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีการจารึกโคลงของกวีชาวอเมริกันนาม Emma Lazarus โดยมีเนื้อหาอันซาบซึ้งในการต้อนรับผู้อพยพที่เข้าอยู่มาในอเมริกา
แล้วอะไรกันล่ะที่ทำให้ชาวฝรั่งเศส ต้องสร้างของขวัญขนาดมหึมาเพื่อมอบให้แก่สหรัฐอเมริกา สาเหตุมากจากการที่พวกเขาแสดงความยกย่องแก่ชาวอเมริกัน ในเรื่องของความกล้าหาญ ลุกขึ้นต่อกรกับสหราชอาณาจักร เพื่อต้องการประกาศอิสรภาพ และทำสำเร็จจนกลายเป็นชาติเอกราชในที่สุด ด้วยเหตุนี้ชาวฝรั่งเศส จึงเรี่ยไรหาเงินบริจาคจากทั่วประเทศ เพื่อนำมาสร้างเทพีคนนี้ขึ้นมา
ในการขนย้ายจากฝรั่งเศส มายังสหรัฐอเมริกา จำเป็นต้องแยกส่วน แล้วค่อยนำมาประกอบที่อเมริกา โดยมีชิ้นส่วนรวมทั้งหมด 350 ชิ้น การนำมาประกอบใหม่ต้องใช้เวลาถึง 4 เดือน ในส่วนฐานสร้างเสร็จ ในวันที่ 22 เมษายน ค.ศ.1886
ต่อมาในปี ค.ศ. 1984องค์กา รUNESCO ได้ประกาศให้อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นมรดกของโลก และในปัจจุบันมีผู้สนใจเดินทางไปเยี่ยมชมไม่ต่ำกว่า 800,000 คน/ปี
โดยทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปชมวิวบนส่วนยอดได้ แต่ภายหลังจากเกิดเหตุร้าย 11 กันยายน ได้มีการสั่งปิดอนุสาวรีย์ โดยสามารถชื่นชมจากบนพื้นได้เช่นเดิม แต่ภายในยังคงปิดอยู่ และพิพิธภัณฑ์ก็ปิดด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของทุกคน เนื่องจากไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นเมื่อไหร่