/แนวร่วมต่อต้านสงครามในสหรัฐอเมริกา

แนวร่วมต่อต้านสงครามในสหรัฐอเมริกา

ถึงแม้หลายๆคนจะมองว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศซึ่งต้องการเป็นที่ 1 อยู่เสมอ เนื่องจากตลอดประวัติศาสตร์ 240 ปีนับ นับมาแต่ก่อตั้งประเทศ สหรัฐก่อสงครามไปใหญ่ไปแล้วถึง 12 ครั้ง นี่ยังไม่รวมถึงสงครามเล็กๆ ตามภูมิภาคต่างๆ อีกทั่วโลกอีกจำนวนมาก ซึ่งขัดแย้งกับแนวคิดที่บอกว่าตนเองเป็นชนชาติรักสันติ แต่ความจริงแล้วในหมู่ชนชาวอเมริกัน ก็มีผู้รักสันติด้วยใจจริงอยู่ บุคคลกลุ่มมีแรงขับหลากหลาย มีจุดมุ่งหมายหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งใช้ยุทธศาสตร์เฉพาะตัวอันแตกต่างกัน
นักต่อต้านสงครามรุ่นแรก มีแรงผลักดันมากจากศาสนา กลุ่มนี้ถูกเรียกว่าพวก Puritan ซึ่งเป็นชื่อของนิกายหนึ่งในศาสนนาคริสต์ กลุ่มนี้ยึดหลัก สงครามที่เป็นธรรม โดยผู้นับถือคริสต์ส่วนใหญ่ในขณะนั้น ยึดหลักการจากเทศนาบนภูเขาของพระคริสต์ แต่อย่างไรก็ตามผู้ที่ประกาศตัวว่าตนเองนับถือคริสต์ก็มีหลากหลายความเห็น บางคนเห็นด้วยกับการทำสงคราม บางคนก็ไม่ จนเกิดความขัดแย้งกันเอง ส่งผลให้เกิดการลงไม้ลงมือทำร้ายกัน , ทำลายหรือยึดทรัพย์สินของอีกฝ่ายก็มี
ในช่วงยุคแรกเริ่มของประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐบาลยึดหลักนโยบายเป็นกลาง เพราะเกรงว่าถ้าหากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนานาประเทศในแถบยุโรป ก็จะเป็นการชักนำตัวเองเข้าสู่ความวังวนของขัดแย้ง ในช่วงที่ประเทศกำลังขาดความพร้อม โดยในขณะนั้นรัฐต่างๆ ที่รวมเป็นประเทศยังคงขาดเอกภาพ และรัฐบาลกลางก็ปราศจากอำนาจ
ในกาลต่อมาจากแนวคิดต่อต้านสงคราม ก็นำไปสู่แนวคิดการเลิกทาส เนื่องจากพวกต่อต้านสงคราม มองว่าการบังคับทาสให้ทำงานรับใช้ต่างๆนั้น มีความโหดร้ายทารุณไม่ต่างอะไรกับการทำสงคราม แต่ในขณะนั้น ความคิดในการเลิกทาสได้สร้างความขัดแย้งในสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนบางกลุ่มเห็นว่าจำเป็นต้องมีต่อไป อาจเพราะติดใจในการกดขี่ ข่มเหงผู้อื่น , บางคนก็เห็นว่าถ้าหากเลิกทาสประเทศจะปั่นป่วน เนื่องจากจะเกิดสงครามกลางเมืองโดยฝีมือทาส
เมื่อถึงปลายศตวรรษที่ 19 ชาวอเมริกันกลุ่มผู้รักสันติ ออกมาแสดงความคิดเห็นพร้อมตั้งคำถามว่าประเทศ ควรปกครองแบบจักรวรรดินิยมหรือไม่ เพราะจากเหตุการณ์ที่ทำสงครามกับสเปน รวมทั้งขึ้นเป็นเจ้าอาณานิคมฟิลิปปินส์ โดยฝ่ายเห็น ด้วย กล่าวว่าควรผนวกฟิลิปปินส์ อันมาจากเหตุผลว่าเป็นประโยชน์ต่อสันติภาพของโลก ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็เถียงว่าที่กล่าวมาเป็นข้ออ้างเพราะต้องการยึดครองมากกว่า พูดง่ายๆคือปลดปล่อยฟิลิปปินส์ออกจากสเปนเพื่อยึดครองต่อนั่นเอง สุดท้ายแล้วรัฐสภาก็ยืนกรานผนวกฟิลิปปินส์เข้าเป็นอาณานิคมของสหรัฐ
ต่อมาในสงครามเวียดนาม ส่งผลให้ด้านบวกให้แก่ฝ่ายรักสันติ และมันกลายมาเป็นช่วงเวลาที่ชาวอเมริกันออกมาเรียกร้องไม่เอาสงครามมากสุดในประวัติศาสตร์ มีนักเคลื่อนไหวจำนวน 4 ล้านคน พร้อมประกอบด้วยกลุ่มหลากหลายกลุ่ม และคนส่วนใหญ่ต่อต้านสงครามด้วยเหตุผลอื่น อันไม่เกี่ยวกับศาสนาเหมือนในยุคเริ่มแรก