บทบาทและหน้าที่ขององค์กรต่อต้านสงครามที่น่าสนใจ

โลกทุนนิยมในยุคปัจจุบันมีพี่เบิ้มของโลกอยู่สองขั้วคือ พญาอินทรีย์ สหรัฐอเมริกา และ พญาหมี รัสเซีย หรืออาจรวมไปถึงพญามังกรอย่างจีน ที่ในช่วงหลังได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในเวทีโลก ที่ผู้เขียนได้บอกว่าสองขั้วคือจีนและรัสเซียค่อนข้างดำเนินนโยบายทางการทูตอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย รวมทั้งนโยบายทางทหารก็เชื่อมโยงกันมาตลอด ต่างจากสหรัฐอเมริกาค่อนข้างมีท่าทีเป็นลบต่อ จีน และ รัสเซีย ทั้ง 3 ประเทศนี้ต่างดำเนินนโยบายการทูตกับประเทศเล็กๆแบบพี่ให้น้อง ใครไม่มีต่างให้ยืมก่อน ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ เงิน หรืออุปกรณ์สำคัญต่างๆ แต่ส่วนมากที่เห็นเด่นชัดคงจะเป็นเรื่องของการสู้รบระหว่างประเทศที่ทั้ง 3 ประเทศพยายามจะเข้าไปไกล่เกลี่ย หรือบางครั้งอาจส่งทหารของตัวเองไปร่วมรบเพื่อยับยั้งสงคราม โดยสหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย ต่างก็เป็น 1 ใน 5 ประเทศที่มีบทบาทใหญ่ที่สุดในสหประชาชาติร่วมกับอีก 2 ประเทศคือ สหราชอาณาจักร…

วัตถุประสงค์ขององค์กรต่อต้านสงครามที่หลายคนไม่เคยรู้

สงคราม!! ชื่อนี้ที่ทุกคนไม่อยากให้เกิด เพราะสงครามมีแต่การสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นคนที่เรารัก หรือ ซากปรักหักพัง ถ้าย้อนไปในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เรามีสงครามมาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว จุดประสงค์ของสงครามก็เพื่อรุกรานชาติที่อ่อนแอกว่า เพื่อขยายอาณาเขตของแว่นแคว้นหรือพื้นที่ประเทศ แต่สงครามที่คนทั้งโลกจดจำได้มากที่สุดคือสงครามโลกทั้งสองครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามโลกทั้งสองครั้งนั้นเกิดจากความขัดแย้งจากในทวีปยุโรป และลามไปทั่วโลกเกิดความเสียหายในวงกว้างผู้คนล้มตายไปมากมาย มีการสังหารหมู่ชาวยิวโดย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีที่กวาดล้างเข่นฆ่าชาวยิวตายไปเป็นล้านคน แม้ว่าผลสุดท้ายแล้วฝ่ายอักษะของ ฮิตเลอร์ จะพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ให้กับฝ่ายสัมพันธมิตร แต่ผลของสงครามครั้งนั้นถือว่ามากมายมหาศาลและได้เปลี่ยนโครงสร้างของสังคมโลก จากเดิมที่ขั้วอำนาจอยู่ในทวีปยุโรปหลังจากสงครามจบลงขั้วอำนาจการเมืองโลกได้ไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกาแทน พร้อมทั้งได้เกิดความร่วมมือจากเหล่านานาประเทศที่ชนะสงคราม ได้จัดตั้งองค์กรที่ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการสอดส่องและป้องกันความขัดแย้งระหว่างประเทศที่จะนำไปสู่สงคราม องค์การสหประชาชาติ(United nation) เป็นองค์การระหว่างประเทศ จุดมุ่งหมายขององค์การคือ เพื่อความร่วมมือและอำนวยความสะดวกระหว่างประเทศในเรื่อง…

ทำความรู้จักกับกลุ่ม NGO

เวลาที่ได้ยินคำว่า NGO หลายๆ คนคงจะรู้สึกคุ้นหูเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่รู้แน่ชัดสักทีว่าจริงๆ แล้ว NGO นี้คืออะไร เป็นกลุ่มหรือองค์กรประเภทไหน มีถิ่นฐานตั้งอยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศเป็นสิ่งที่หลายๆ คนอาจจะตั้งข้อสงสัยเอาไว้แต่ก็ไม่ได้ไปสนใจที่จะตามหารายละเอียดกันมากนักว่าจริงๆ แล้วอักษรย่อ 3 ตัวที่ว่านี้มันมีความหมายว่าอะไรกันแน่ แต่เดี๋ยวจะได้ทำความรู้จักกับ NGO มากขึ้นและคุณจะเข้าใจดีถึงความมุ่งหวังและเป้าหมายของกลุ่มองค์กรกลุ่มนี้ NGO หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Non-government Organizations แปลกเป็นภาษาไทยแบบตรงๆ ตัวได้ว่า องค์กรพัฒนาเอกชน โดยต้องบอกว่าชื่อนี้เป็นชื่อที่เราคุ้นหูกันดีอย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้น แต่ในสหรัฐฯ นั้นจะเรียกกลุ่มองค์กรเหล่านี้ว่า PVO หรือ Public Voluntary Organizations ที่แปลแบบเข้าใจง่ายๆ ว่า องค์กรเพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งจากความหมายทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็พอจะสรุปได้คร่าวๆ ว่า…

วิธีหลีกเลี่ยงสงครามและนำสันติสุขมาสู่โลก

ขึ้นชื่อว่า สงคราม แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเพราะมีแต่จะนำความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินมาสู่ผืนแผ่นดิน ไม่ว่าจะสงครามครั้งใดที่เคยอุบัติขึ้นในโลกก็มีแต่เลือด น้ำตา ความทุกข์ยากลำบากอย่างสาหัสมาแก่ผู้คนเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นยุคใดสมัยใด ไม่มีสงครามครั้งใดไม่มีนำมาซึ่งความสูญเสีย ทั้งสงครามเล็ก ๆ ระหว่างหมู่บ้าน สงครามภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามโลกที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วถึงสองครั้ง ซึ่งได้นำความสูญเสียและความเสียหายจนต้องใช้ระยะเวลาอันยาวนานในการเยียวยาฟื้นฟูทั้งสภาพภูมิประเทศและสภาพจิตใจของผู้คนที่อยู่รอดและได้รับผลกระทบจากการสูญเสียเหล่านั้น ยิ่งในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้า อาวุธที่นำมาใช้ในการสงครามก็ยิ่งพัฒนาให้มีแสนยานุภาพในการทำลายล้างเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น นานาชาติต่างก็หันหน้าเข้าหากันเพื่อพยายามหาแนวทางมาก่อให้เกิดความร่วมมือและสันติภาพกับทุกประเทศในโลกขึ้น เพื่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี หลีกเลี่ยงการปะทะกันอย่างรุนแรง ดังนี้ – การจัดตั้งองค์กรร่วมมือทั้งในประเทศระหว่างประเทศ จะเห็นได้ว่าปัจจุบันนั้นมีองค์กรร่วมมือต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งในประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก ที่คอยดูแลเข้าไปเยียวยาช่วยเหลือตลอดจนเจรจาให้ประเทศที่กระทบกระทั่งกันให้มีการรอมชอมและเจรจาหาทางออกที่ดีแทนการเกิดสงคราม เช่น องค์การสหประชาชาติที่เข้าไปช่วยเหลือสงครามระหว่างสองชนชาติคือตุรกีและกรีซในไซปรัส โดยส่งทหารเข้าไปตรึงกำลังแนวเขตกั้นระหว่างตุรกีเหนือที่จะข้ามมาไซปรัสเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถทำสงครามกันได้ ตลอดจนการยื่นข้อเสนอให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาลงเอยกัน เป็นต้น – การปลูกฝังค่านิยมในการรักษาสันติภาพ…

ประเทศไทยกับผลกระทบสงครามโลกครั้งที่ 2

เมื่อครั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวประเทศเราเสียหน่อยเพราะเป็นการเกิดขึ้นในแถบทวีปยุโรป  แต่พอเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นทางด้านเอเชีย จากการที่ญี่ปุ่นประกาศสงครามกับสัมพันธมิตร โดยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายน พ.ศ.2482 (ค.ศ.1939) ตรงกับช่วงรัชสมัยของรัชกาลที่ 8 และหลวงพิบูลสงคราม (จอมพล ป.พิบูลสงคราม) เป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ในช่วงเริ่มต้นสงครามไทยประกาศตนเป็นกลางมาตลอด แต่พอมาวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ญี่ปุ่นได้นำเรือรบมาขึ้นฝั่งที่ชายทะเลทางภาคใต้ของประเทศไทยอย่างชนิดที่ว่าไม่รู้เนื้อรู้ตัว เหมือนเป็นการกดดันให้ประเทศไทยต้องยินยอมให้ญี่ปุ่นใช้เป็นทางผ่านไปโดยปริยาย ประกอบกับประเทศของเรามีกำลังที่น้อยกว่าเมื่อประเทศญี่ปุ่นบุกเข้ามาเราจึงไม่สามารถที่จะต่อต้านได้ ส่วนอีกหนึ่งสาเหตุเพื่อปกป้องมิให้ต้องตกอยู่ใต้อิทธิพลของญี่ปุ่นในเรื่องของเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งส่งผลให้กลุ่มคนไทยบางส่วนรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำดังกล่าวของญี่ปุ่น จึงได้แอบตั้งขบวนการเสรีไทยขึ้น (Free Thai Movement) ด้วยการแอบช่วยเหลือฝ่ายสัมพันธมิตรแบบลับๆเพื่อช่วยให้ไทยรอดพ้นจากการถูกประกาศว่าเป็นประเทศที่แพ้สงคราม โดยผู้นำกลุ่มเสรีไทยคือนายปรีดี พนมยงค์ และหม่อมราชวงศ์เสนีย์…

เรียนรู้ข้อผิดพลาดของสงครามและความสูญเสีย

“สงครามนำมาซึ่งความสูญเสีย” คำพูดนี้ยังใช้ได้ทุกยุคสมัยเพราะไม่ว่าจะเกิดสงครามที่ใด นั่นหมายถึงว่าจะมีชีวิตที่ต้องสังเวย การทำลายล้าง พลัดพรากจากครอบครัว รอยยิ้มที่หดหาย น้ำตาที่อาบแก้มบนใบหน้า และเสียงหัวเราะที่ขาดหาย หลังจากสงครามโลกผู้คนได้แต่เฝ้าหวังว่าจะเกิดสันติสุขและร้อยยิ้ม แต่มันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดไว้ อย่างเช่นในปัจจุบันตัวอย่างที่สำคัญที่สุดผู้เขียนขอให้มองไปที่แถวตะวันออกกลาง รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้คน แทบจะเลือนหายไปตามกาลเวลา ด้วยเพราะสิ่งที่เข้ามาเยี่ยมเยียนเคาะประตูบ้านของคนแถบนี้คือ สงคราม สาเหตุหลักๆคงไม่พ้นเรื่องความขัดแย้งทางชาติพันธุ์และความขัดแย้งในอุดมการณ์ทางศาสนา ไม่ว่าจะเป็นกรณีของชาวยิวและปาเลสไตน์ ที่ปัญหาความขัดแย้งลุกลามบานปลายมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือกรณีความขัดแย้งนะหว่าง อิรักและอิหร่าน สงครามซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 1980 ถึงสิงหาคม 1988 มีการประเมินว่าสงครามครั้งนี้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกัน 30.6 ล้านล้านบาท สาเหตุของสงครามคือเรื่องศานาคือ อิรักเป็นอิสลามสาย สุหนี่ ส่วนอิหร่านเป็นมุสลิมสาย ชีอะห์ เรื่องบานปลายจนกลายมาเป็นข้อพิพาทระหว่าชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ และอีก…

สงครามโลกครั้งที่ 3 มีสิทธิ์เกิดขึ้นหรือไม่

เมื่อพูดถึงเรื่องของสงครามโลกทุกคนก็คงจะรู้กันดีว่าโลกของเรานี้เกิดสงครามจนต้องเรียกว่า “สงครามโลก” กันไปแล้วถึง 2 ครั้ง ซึ่งทั้ง 2 ครั้งนั้นสาเหตุก็มาจากการที่ประเทศมหาอำนาจของโลกเกิดความขัดแย้งต่อกันและก็เกิดกลุ่มพันธมิตรที่เข้าข้างทั้ง 2 ประเทศนั้น ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมลงต่อกันจนเกิดเป็นสงครามนำพาเอาผู้คนล้มตายกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อพูดถึงคำว่าสงคราม ก็คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอนเพราะสงครามนั้นนำมาแต่ความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นชีวิต ทรัพย์สิน อิสรภาพ คนที่รัก ในปัจจุบันนี้แม้คำว่าสงครามโลกอาจจะดูเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เนื่องจากยุคสมัยก็ได้ถูกพัฒนาก้าวไปไกล วิทยาศาสตร์รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ก็ล้ำหน้าไปมากกว่าแต่ก่อนเยอะทำให้เรื่องของสงครามโลกอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในความคิดของใครหลายคนแล้ว ทว่าอย่าพึ่งนิ่งนอนใจไปว่าต่อให้ยุคสมัยมีการพัฒนาไปขนาดนี้แต่สงครามโลกจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเพราะจากการที่เราได้เห็นว่าประเทศทางแถบตะวันออกกลางอย่าง อิรัก หรือ ซีเรีย เองตอนนี้มีปัญหาอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องของการเกิดสงครามภายในประเทศ รวมไปถึงกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ต้องการจะตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นอิสระนั่นส่งผลให้ทั่วโลกในหลายๆ ประเทศโดยเฉพาะในสหรัฐฯ ต่างก็ไม่เห็นด้วยและได้มีการตอบโต้จากการกระทำอันรุนแรงหลายๆ อย่างของกลุ่มคนพวกนี้ อันที่จริงเรื่องของสงครามโลกครั้งที่ 3 นั้นเคยเกือบจะเกิดขึ้นครั้งหนึ่งเมื่อช่วงหลังจากเหตุการณ์เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ในสหรัฐฯ ถล่ม ทว่าพอสหรัฐฯ…

กลุ่มผู้ต่อต้านการเกิดสงครามนานาชาติ

สงครามเป็นสิ่งที่หลายคนต่างไม่อยากนึกถึงและไม่ต้องการให้เกิดขึ้นในโลกสวยงามใบนี้ เพราะสงครามนำมาซึ่งความสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน เงินทอง และที่หนักสุดก็คือชีวิตของประชากรของประเทศที่ตกอยู่ในวงล้อมสงคราม จึงมีหลายกลุ่มองค์กรที่พยายามออกมาต่อต้านสงครามขึ้นอย่างจริงจัง อย่างเช่น “ผู้ต่อต้านสงครามนานาชาติ (War Resisters’ International ตัวย่อ WRI) ” เป็นองค์กรนานาชาติที่ต่อต้านการทำสงครามร่วมด้วยสมาชิกและสมาคมต่างๆมีสมาชิกเข้าร่วมมากกว่า 40 ประเทศ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ส่วนจุดกำเนิดขององค์กรผู้ต่อต้านสงครามนานาชาติก่อตั้งขึ้นครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1921 ณ.เมืองบิลโธเวน ประเทศเนเธอแลนด์ ภายใต้การใช้ชื่อว่า “โพโก้” (Paco) เป็นภาษาเอสเปอรันโต (Experanto) มีความหมายว่า ความสงบสุข  ทั้งนี้ WRI มีจุดยืนของการก่อตั้งองค์กรที่ไม่ตั้งมั่นและไม่มีวันเปลี่ยนแปลงคือ…