/ทำไมรัสเซียถึงโจมตียูเครน

ทำไมรัสเซียถึงโจมตียูเครน

ทำไมรัสเซียถึงโจมตียูเครน

หลายคนอาจสงสัยถึงความขัดแย้งอันรุนแรงของ 2 ชาติ เพื่อนบ้านของเรา ซึ่งอาจที่จะกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่กลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็เป็นได้ เหตุใดที่รัสเซียกับยูเครนถึงกำลังมีการที่จะทำสงครามกันเราจะมาสรุปกันให้เข้าใจ ดังนี้

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญนั้นเกิดขึ้นในปี 1991 เมื่อสหภาพโซเวียตนั้นได้มีการล่มสลาย แต่ละประเทศได้มีการแยกย้ายกันไปเพื่อที่จะได้มีเอกราชเป็นของตนเอง และยูเครนเองก็ได้เป็นหนึ่งในนั้น อย่างไรก็ตามโรงงานจัดเก็บอาวุธนิวเคลียร์ของสหภาพโซเวียตนั้นได้ตั้งอยู่ในเขตประเทศของยูเครน ทำให้มีหัวรบนิวเคลียร์ทั้ง 1,249 หัว อยู่ในนั้น จึงได้ตกไปเป็นของยูเครนโดยปริยาย การที่เก็บอาวุธนิวเคลียร์นั้น ถือได้ว่าเป็นการการันตีในความปลอดภัยของยูเครนว่าเพื่อนบ้านอย่างรัสเซียนั้นจะไม่มีการมารุกราน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ส่งผลให้สังคมโลกไม่สบายใจ เพราะเกรงว่ายูเครนจะนำเอาอาวุธอย่างนิวเคลียร์ไปใช้ในทางที่ผิด จึงได้มีความต้องการให้ยูเครนนั้นได้ทำการกำจัดหัวรบนิวเคลียร์ทั้งหมด ในวันที่ 5 ธันวาคมนั้น ยูเครน รัสเซีย สหราชอาณาจักร แล

สหรัฐอเมริกา ได้ทำการเซ็นสนธิสัญญาร่วมกันในชื่อข้อตกลงบูดาเปสต์ ว่ายูเครนนั้นจะทำการกำจัดหัวรบนิวเคลียร์ทั้งหมดนั้นทิ้งโดยสิ่งที่ยูเครนนั้นจะได้กลับมานั้นคือ เอกราช ในการที่จะบริหารประเทศของตน ในข้อตกลงของบูดาเปสต์ ที่ได้ระบุว่าหากยูเครนได้มีการกำจัดหัวรบนิวเคลียร์ทิ้งแล้วนั้น รัสเซียจะไม่สามารถที่จะแทรกแซงใช้กำลังบุกรุกกับยูเครนได้

จุดเปลี่ยนสำคัญนั้นได้เกิดขึ้นเมื่อมี 2013 เมื่อ สหภาพยุโรป อย่าง EU ได้มีการเสนอเงื่อนไขให้ประเทศยูเครนเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของอียู ซึ้งถ้าตกลงประชาชนชาวยูเครนจะสามารถที่จะเคลื่อนย้ายไปทำงานทั่วยุโรปได้อย่างอิสระ สินค้าต่างๆของยูเครนที่เคยโดนจำกัดข้อภาษี จะสามารถที่จะไปวางขายในประเทศอื่นๆของ อียู ได้ โดยไม่โดนกำแพงภาษี ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจนั้นเติบโตได้อย่างรวดเร็วมาก อย่างไรก็ตามในฝั่งของรัสเซียนั้นไม่ต้องการให้ยูเครนไปเข้าร่วมกับ EU เพราะรัสเซียนั้นได้มีกลุ่มเศรษฐกิจของตนเองอยู่ชื่อว่า EAEU และต้องการให้ยูเครนนั้นอยู่ในอีเออียูต่อไป โดยที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียนั้น ได้กล่าวว่า การเป็นส่วนหนึ่งของอียูจะเป็นการฆ่าตัวตายทางเศรษฐกิจของยูเครน สุดท้ายในปี 2014 นั้น วิคเตอร์ ยานูโควิช ประธานาธิบดีของยูเครนนั้น ตัดสินใจที่จะล้มข้อเสนอของอียู และจงรักภักดีกับประเทศรัสเซียต่อไป พร้อมทั้งรับเงินสนับสนุนเป็นจำนวน 15,000 ล้านดอลลาร์จากรัสเซีย ทำให้เกิดความไม่พอใจของประชาชนยูเครน เพราะเหมือนกับว่าผู้นำประเทศนั้นได้นำเอายูเครนไปขายให้กับรัสเซีย แทนที่จะทำให้เศรษฐกิจนั้นได้เดินหน้าต่อ หากเข้าร่วมกับอียู

หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เกิดการประท้วงทั่วทั้งประเทศ การต่อสู้ที่เป็นไปอย่างดุเดือดนั้นทำให้รัฐบาลได้มีการสั่งสลายเหตุการณ์ชุมนุมจนบานปลาย สุดท้ายประธานาธิบดีอย่าง ยานูโควิช นั้นอยู่ไม่ได้ และโดนสภาขับไล่ออกจากตำแหน่งในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2014 หลังเกิดเหตุการณ์ในครั้งนั้น เมื่อฝั่งยูเครนได้แสดงเจตจำนงไม่อยู่ฝั่งเดียวกับรัสวัยเพียง วัน รัสเวียได้ทำการ ยึงครองไครเมียซึ่งเป็นกรรมสิทธ์ของยูเครน หลังจากนั้นได้เกิดเหตุการต่างๆขึ้นมาอีกมากมาย จนกระทั้ง ในปี  2019 ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ รวมถึงการที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของยูเครน ได้ต่อต้านการรุกคืบของรัสเซียรวมถึงมีแผนการที่จะนำยูเครนเข้าร่วมนาโต ซึ่งประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียได้ทำการคัดค้านอย่างเด็ดขาด และต้องการให้นาโตประกาศว่าจะไม่รับยูเครนเข้าร่วมเป็นประเทศสมาชิกอย่างเด็ดขาด แต่ไม่ได้รับการรับรองกลับมา จึงทำให้รัสเซียได้มีการส่งทหารกว่า 130,000 นาย ไปประชิดในพรมแดนของยูเครน และยังมีทหารอีกมากกว่า 30,000 นายที่ซ้อมรบอยู่ที่เบลารุส พร้อมที่จะบุกได้ทุกเมื่อ เหตุการณ์นั้นรุนแรงถึงขีดสุดเมื่อ ประธานาธิบดีปูติน ประกาศมอบนำอนาจธิปไตยสาธารณรัฐประชาชนโดเนตส์ และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันส์ โดยเตรียมยกสองจังหวัดนี้ขึ้นเป็นประเทศ จากนั้นจึงได้มีการสั่งให้กองทหารรัสเซียบุกเข้าไปในสองจังหวัดนี้ และให้เหตุผลว่าเข้าไปเพื่อป้องกันสันติภาพ ทำให้ฝั่งยูเครนยอมไม่ได้กับเรื่องนี้ เพราะในทางทฤษฎีเป็นส่วนหนึ่งของยูเครนอยู่ การที่รัสเซียทำแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการที่บุกรุกกันตรงๆ และทำให้เหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน  มันอาจจะเป็นสงครามโลกครั้งที่สาม มีความเสี่ยงที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์กันด้วยซึ่งโลกของเรานั้นยังไม่พร้อมที่จะรับความเสี่ยงนี้ ดังนั้นสถานการณ์ในตอนนี้ยังคงที่จะต้องจับตามองกันต่อไป แต่จากทั้งหมดที่ได้กล่าวมานั้น 2 ประเทศที่เปรียบเสมือนพี่น้องกันได้มีการขัดแย้งกันเป็นเวลานาน ในหลายๆเหตุการณ์ ทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างสงครามขึ้น